2006/Apr/26

เมื่อวานดูคราวๆไปได้นิดหนึ่งขอ comment เยอะๆนะครับเพราะมีตั้งหลายอย่างที่ผมเองก็อยากรู้ อ่ะนะจะได้ถามตอบกันได้
วันนี้มาตีหน้าเศร้าเล่าเรื่อง asp (Active Server Page)กันดีกว่าว่าทำไมเค้าถึงพัฒนาเป็น asp.net 2.0 จำได้มาตอนที่เริ่มเขียนเวบใหม่ๆเลยตอนนั้นเริ่มใช้ภาษา php ตั้งแต่เวอร์ชั่น 4 จนตอนนี้ก็เวอร์ชั่น 5 เข้าไปแล้ว จึงทำให้ตอนนั้นไม่รู้จัก asp มากนะ แต่ก็มาใช้จนได้เมื่อตอนเรียนจบใหม่ๆ (ตอนนี้ก็ใช่ว่าจะเก่า) ทำให้รู้จัก asp หรือ Classic asp ระดับหนึ่ง
ตามหลักการการทำงานของ classic asp ทำงานภายใต้ web serverที่เป็นIIS เมื่อมีการทำงานในฝั่งserverตัวfile ที่เป็นISAPI DLL ที่ชื่อว่าasp.dllจะทำการInterprtessource code ที่มีนามสกุล.asp (ขึ้นอยู่กับการ set extension ใน IIS )ผลลัพที่ได้จะถูกแสดงในฝั่งClientผ่านทาง Browser ในรูปแบบ html จะเห็นได้ว่าaspมีการ compileแบบInterpreterภาษาที่โด่งดังในขณะนั้นหนีไม่พ้นภาษา vb จึงถูกเลือกมาใช้เขียนในasp จำได้ว่าเขียนโปรเจ็คส่งอาจารย์ก็vbนี้แหละ ทีนี้มาดูลักษณะของclassic asp
-มีการเขียน codeร่วมกันระหว่างuser interface codeกับprogramming logic code หรืออีกความหมายหนึ่งก็คือ การเขียนserver scrit ฝั่งใน ส่วนของclient script
-การจัดการเกี่ยวกับสถานะของsessionและ สถานะของapplication ทำได้ไม่ดีนะหรือไม่สอดคล้องกัน
-สามารถประยุกค์ใช้งานตามsecurity model ได้ดังตามความต้องการ

ทีนี้มาดู .net version แรกหรือที่เรียกตอนนั้นว่า asp.net 1.0 หรือ asp.net 1.1 ออกมาในปี 2000 และ 2003 มีหลักการทำงานที่หลากหลายขึ้น พัฒนาภายใต้.Net Frameworkซึ่งมี Common Language Runtime (CLR) เป็นตัวจัดการเรื่องของ memoryและ threads ผู้พัฒนาก็พัฒนาได้อย่างมีอิสระมองเห็นภาพของapplication มากขึ้น ไม่ต้องกังวลว่าจะเจอปัญหาเรื่องของpointer (chasing down errant pointers) ,memory leaksและ unexplained crashes
เมื่อมีการร้องขอใช้บริการของasp.netบน IISweb server ISAPI DLL ที่ชื่อว่า ASPNET_ISAPI.DLL จะประมวลผลprocess ให้แก่ผู้ร้องขอใช้บริการโดยผ่านASPNET_WP.EXE ใน IIS 5 หรือW3WP.EXEในIIS 6 มาดูfeaturesต่าง ๆของ asp.net1.0และasp.net 2.0
-มีการกำหนดการทำงานแบบ object-oriented
- แยกส่วนการทำงานระหว่าง user interface (html) กับ application logics(server code) ออกจากกัน
- มีการ compile และ execute คำสั่งในส่วนของ application logic
- สามารถ config ในส่วนของ session state ได้
- Built-in data caching
- Built-in content caching
- มีการจัดการโครสร้างในส่วนของ UI หรือ user interfaceที่ดี
- มีองค์ประกอบที่ใช้ในการแสดงรูปแบบของข้อมูล เช่น girds list text box เป็นต้น
- ภายในมีการ tracing และ diagnostics program
- มีการ Built-inการตรวจสอบพวกinput validation มาให้เสร็จสรรพ
-มีกลไกของระบบ Authentication ที่งานต่อการใช้งาน
- รวมเอา ADO.Net เข้าด้วยกัน
- เรียกใช้ Web Server ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- สามารถเชื่อมั่นบนหลักการทำงานของ Component Object Model
เป็นต้น

จนมาถึงตอนนี้microsoftได้เปิดตัวasp.net 2.0 ออกมาซึ่งทำงานได้เหมือนasp.net 1.0 และ asp.net 2.0และได้เพิ่มfeaturesใหม่ ๆ ดังต่อไปนี้เพิ่มเติม
- สร้างControl Master Pageและskins
-การทำdatabindingหรือการพูกโยงข้อมูล
- สร้างรูปแบบการจำลองpattern
- สร้าง features ของ cache ใหม่
- มีcontrol ที่ใช้สร้างระบบ สมาชิก (Membership)
- มี control Personalization
- สนับสนุนการทำงานของ web parts
- สามารถ config program ได้
- มีเครื่องมือสำหรับ ผู้ดูแลระบบ(Administration tools )
- มีการ compilation model แบบใหม่ซึ่งดีกว่าเดิม

พิมพ์มาเยอะเลยวันนี้เริ่มตาลายซึ่งก็พอมองเห็นความแตกต่างกันในแต่ล่ะ version ได้อย่างชัดเจน คราวหน้าอาจจะมาเขียนเพิ่มเติมต่อ..

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ก่อน ASP.Net ออกผมตื่นเต้นมากเลย
เพราะมีการนำ MVC มาใช้ในการสร้างเว็บ
รู้สึกว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

ไปโม้เพื่อนๆ ฟังเพื่อน เพื่อนเอา WebObjects
ให็ดูก็คลายความตื่นเต้นไปเล็กน้อย
http://en.wikipedia.org/wiki/WebObjects

แต่ใน ASP.Net 2.0 เหมือนยังไม่รู้สึกตื่นเต้น
เท่าไหร่ (เพราะอาจจะออกมาติดๆ กัน)

ตอนนี้ไปรอตื่นเต้น ADO.Net ต่อ
ไม่รู้ว่า ObjectSpaces ออกมาหรือยัง
#1  by  veer At 2006-04-27 16:11, 
เยี่ยมครับ ความรู้ใหม่สำหรับผมเลยคับ ในแวดวงจาวา ผมไม่ค่อยจะรู้เรื่องมากยากจะศึกษาเหมือนกันครับ แต่เหมือนกับละโมบมากไป
#2  by  Code SNippet At 2006-04-27 21:18, 

<< Home